
| ชื่อเรื่องการค้นคว้าอิสระ | กระบวนการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม |
| ผู้เขียน | อุทัยวรรณ เป็งเส้า |
| หลักสูตร | ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา) |
| อาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระ | อาจารย์ ดร.พรนิภา จันทร์น้อย |
| ปีที่เผยแพร่ | 2569 |
| วันที่เผยแพร่ | 4 มิถุนายน 2569 |
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการออกแบบกระบวนการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม (2) ออกแบบกระบวนการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม และ (3) ประเมินความเหมาะสมของกระบวนการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้อานวยการโรงเรียนและครูผู้สอนโรงเรียนบ้านผาแตน อาเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ จานวน 6 คน ผู้อานวยการโรงเรียนที่ประสบความสาเร็จด้านการมีส่วนร่วมของครูในการดำเนินงานประกันคุณภาพ ในเครือข่ายพัฒนาการการศึกษาเมืองฮอด จานวน 3 คน และผู้เชี่ยวชาญ จานวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบประเมินความเหมาะสมของกระบวนการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจาเป็น และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการศึกษาพบว่า (1) สภาพปัจจุบันในการออกแบบกระบวนการดาเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ส่วนสภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาความต้องการจำเป็น พบว่า ด้านการดำเนินงานและการมีส่วนร่วมของครูในกระบวนการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาเป็นด้านที่มีความต้องการจาเป็นสูงที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าสถานศึกษาควรส่งเสริมให้ครูมีบทบาทในการร่วมตัดสินใจ ร่วมดาเนินงานตามมาตรฐานและตัวชี้วัด ร่วมจัดทำข้อมูล หลักฐาน และสารสนเทศ รวมทั้งเชื่อมโยงงานประกันคุณภาพกับการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้ชัดเจนมากขึ้น (2) กระบวนการดาเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย “กระบวนการ 6 ร่วม” ได้แก่ ร่วมวิเคราะห์บริบทและสภาพปัจจุบัน ร่วมกาหนดมาตรฐาน เป้าหมาย ตัวชี้วัด และแผนการดำเนินงาน ร่วมกาหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ ร่วมพัฒนาศักยภาพ สนับสนุนทรัพยากร และลดความซ้าซ้อนของงาน ร่วมดาเนินงาน กากับติดตาม และจัดเก็บหลักฐาน และร่วมสรุปผล สะท้อนผล รายงานผล และนำผลไปปรับปรุงพัฒนา โดยกระบวนการดังกล่าวมีลักษณะสำคัญคือ มีการมีส่วนร่วมของครูเป็นแกนกลาง มีขั้นตอนชัดเจน เป็นระบบ เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาขนาดเล็ก ลดความซ้าซ้อนของงานเอกสาร และสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของงานร่วมกัน (3) ผลการประเมินความเหมาะสมของกระบวนการโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า กระบวนการที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ด้านความเหมาะสมของการดาเนินงาน รองลงมา คือ ด้านความเหมาะสมของโครงสร้าง และด้านความเหมาะสมของการนากระบวนการไปใช้ แสดงให้เห็นว่ากระบวนการดังกล่าวสามารถใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษาให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และสอดคล้องกับบริบทการปฏิบัติงานของครู