การจัดการเรียนรู้แบบโพลยาร่วมกับเทคนิคแบบจำลองแท่งเพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ จำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านแช่ช้าง(เทพนานุกูล) จังหวัดเชียงใหม่

ชื่อเรื่องการค้นคว้าอิสระการจัดการเรียนรู้แบบโพลยาร่วมกับเทคนิคแบบจำลองแท่งเพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ จำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านแช่ช้าง (เทพนานุกูล) จังหวัดเชียงใหม่
ผู้เขียนศรัณย์พงศ์  สมภารจันทร์
หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (วิจัยและเทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้)
อาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระรองศาสตราจารย์ ดร. พิชญ์สินี ชมภูคำ
ปีที่เผยแพร่2569
วันที่เผยแพร่28 พฤษภาคม 2569

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบโพลยาร่วมกับเทคนิคแบบจำลองแท่งเพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ จำนวนเต็มสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านแช่ช้าง (เทพนานุกูล) จังหวัดเชียงใหม่ 2) ศึกษาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ จำนวนเต็ม ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบโพลยาร่วมกับเทคนิคแบบจำลองแท่ง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านแช่ช้าง(เทพนานุกูล) จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 25 คน เลือกตัวอย่างแบบกลุ่ม
ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงทดลอง แบบกลุ่มเดียววัดก่อน-หลัง เครื่องมือวิจัยได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบของจัดการเรียนรู้แบบโพลยาร่วมกับเทคนิคแบบจำลองแท่ง 2) แบบประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบของจัดการเรียนรู้แบบโพลยาร่วมกับเทคนิคแบบจำลองแท่ง และ 3) แบบทดสอบแบบอัตนัยจำนวน 6 ข้อ และรูบริคส์ประเมินความสามารถการแก้โจทย์ปัญหา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)ค่าสัมประสิทธิ์การแปรผัน (C.V.) คะแนนความก้าวหน้าสัมพัทธ์ t-test (Paired Two Sample for Means) และ Z-test (One Sample test for Means) ผลการศึกษา พบว่า 1) กิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบโพลยาร่วมกับเทคนิคแบบจำลองแท่งเพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ จำนวนเต็ม มีขั้นตอนกิจกรรม 4 ขั้นตอน ได้แก่ขั้นที่ 1 ทำความเข้าใจปัญหา ขั้นที่ 2 วางแผนแก้ปัญหาร่วมกับแบบจำลองแท่งขั้นที่ 3 การลงมือดำเนินการแก้ปัญหา ขั้นที่ 4 สรุปผลและตรวจสอบ ดำเนินการโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 3 เนื้อหา 9 แผนฯ ผลการประเมินประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านเนื้อหา กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และรูปแบบของแผนการจัดการเรียนรู้ ทุกด้านอยู่ในระดับมาก และ 2) หลังจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบโพลยาร่วมกับเทคนิคแบบจำลองแท่ง ผลการประเมินความสามารถด้านการแก้โจทย์ปัญหาหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน มีคะแนนผลต่างเฉลี่ย 35.60 คะแนน ค่าสัมประสิทธิ์การแปรผันหลังเรียนน้อยกว่าก่อนเรียน ทดสอบด้วยค่าสถิติ t-test พบว่าคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนที่นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และทดสอบด้วยค่าสถิติ Z-test พบว่าร้อยละของนักเรียนมีความสามารถการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ระดับดีขึ้นไปมากกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05