
| ชื่อเรื่องการค้นคว้าอิสระ | การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค 5W1H ร่วมกับนิทานคุณธรรมเพื่อพัฒนาความสามารถการอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านสันป่าสัก จังหวัดเชียงใหม่ |
| ผู้เขียน | จิณณ์นิภา คำต่อม |
| หลักสูตร | ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (วิจัยและเทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้) |
| อาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระ | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฐิติมา ญาณะวงษา |
| ปีที่เผยแพร่ | 2569 |
| วันที่เผยแพร่ | 18 กุมภาพันธ์ 2569 |
บทคัดย่อ
การศึกษาค้นคว้าอิสระ เรื่อง การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค 5W1H ร่วมกับนิทานคุณธรรม เพื่อพัฒนาความสามารถการอ่านจับใจความสำคัญ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน บ้านสันป่าสัก จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญหลังจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค 5W1H ร่วมกับนิทานคุณธรรม และเพื่อศึกษาความสามารถการอ่านจับใจความสำคัญหลังจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค 5W1H ร่วมกับนิทานคุณธรรม ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 35 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานคุณธรรม โดยใช้เทคนิค 5W1H ร่วมกับนิทานคุณธรรม จำนวน 5 หน่วยการเรียนรู้ 10 แผน 10 ชั่วโมง เครื่องมือสำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ (1) แบบทดสอบวัดความรู้เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญ และ (2) แบบวัดความสามารถการอ่านจับใจความสำคัญ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย และร้อยละ ผลการศึกษา พบว่า ผลการศึกษาความรู้เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญหลังจากการจัด การเรียนรู้โดยใช้เทคนิค 5W1H ร่วมกับนิทานคุณธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 จำนวน 35 คน พบว่า พบว่า เมื่อเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 นักเรียนผ่านเกณฑ์จำนวน 26 คน คิดเป็น ร้อยละ 74.29 และมีจำนวนนักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 25.71 ผลการประเมินความสามารถการอ่านจับใจความสำคัญหลังจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค 5W1H ร่วมกับนิทานคุณธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 35 คน พบว่า ในภาพรวม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีความสามารถการอ่านจับใจความสำคัญอยู่ในระดับ พอใช้ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.47 เมื่อพิจารณาความสามารถแยกตามองค์ประกอบ 5 ด้าน พบว่า นักเรียน มีความสามารถในการระบุรายละเอียดของเรื่องที่อ่าน อยู่ในระดับ ดี โดยมีค่าเฉลี่ย 2.70 และมีความสามารถในการระบุใจความสำคัญ ความสามารถในการสรุปความ และความสามารถ ด้านการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ อยู่ในระดับ พอใช้ โดยมีค่าเฉลี่ย 2.50 2.49 และ 2.41 ตามลำดับ ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ความสามารถด้านการเรียงลำดับเหตุการณ์ นักเรียน มีความสามารถอยู่ในระดับ พอใช้ โดยมีค่าเฉลี่ย 2.26