การจัดประสบการณ์โดยใช้ Unplugged Coding ในการพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหา ในหน่วยการจัดประสบการณ์ เรื่อง หนูทำได้ สำหรับเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนบ้านศรีบุญยืน – วังทอง จังหวัดลำพูน

ชื่อเรื่องการค้นคว้าอิสระการจัดประสบการณ์โดยใช้ Unplugged Coding ในการพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหา ในหน่วยการจัดประสบการณ์ เรื่อง หนูทำได้ สำหรับเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนบ้านศรีบุญยืน – วังทอง จังหวัดลำพูน
ผู้เขียนศรีนวล เลิศเจริญอ่อน
หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (วิจัยและเทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้)
อาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระอาจารย์ ดร. เจตนา เมืองมูล
ปีที่เผยแพร่2569
วันที่เผยแพร่18 กุมภาพันธ์ 2569

บทคัดย่อ

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาทักษะการคิดแก้ปัญหาหลังการจัดประสบการณ์ด้านวิทยาการคำนวณ Unplugged Coding ในหน่วยการจัดประสบการณ์ เรื่อง หนูทำได้ สำหรับเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนบ้านศรีบุญยืน – วังทอง จังหวัดลำพูน ประชากรที่ใช้ในการศึกษานี้เป็นเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 จำนวน 12 คน ผู้ศึกษาเป็นผู้รวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ 1) แผนการจัดการจัดประสบการณ์โดยใช้ Unplugged Coding หน่วยการจัดประสบการณ์ เรื่อง หนูทำได้ ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ จำนวน 5 แผน 2) แบบประเมินทักษะการคิดแก้ปัญหาของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษา พบว่า ผลการศึกษาทักษะการคิดแก้ปัญหาหลังการจัดประสบการณ์ด้านวิทยาการคำนวณ Unplugged Coding ในหน่วยการจัดประสบการณ์ เรื่อง หนูทำได้ สำหรับเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนบ้านศรีบุญยืน – วังทอง จังหวัดลำพูน จำนวน 12 คน พบว่า เด็กมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์อยู่ในระดับพอใช้ขึ้นไป จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 เมื่อพิจารณาในแต่ละขั้นตอนของทักษะการคิดแก้ปัญหา มีผลการประเมินเรียงตามลำดับ ดังนี้ การวางแผนและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา เด็กมีผลการประเมินในระดับดี จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 100 การเลือกวิธีการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม และการลงมือปฏิบัติและติดตามผล เด็กมีผลการประเมินระดับดี จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 91.67 และระดับพอใช้ จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 8.33 การสะท้อนคิดและปรับปรุง เด็กมีผลการประเมินระดับดี จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 83.33 และระดับพอใช้ จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 และการระบุปัญหา เด็กมีผลการประเมินระดับดี จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 58.33 และระดับพอใช้ จำนวน 5 คน คิดเป็น ร้อยละ 41.67 ตามลำดับ