กระบวนการพัฒนาครูด้านการสอนการพูดและการฟังภาษาไทยกลางสำหรับโรงเรียนพื้นที่สูง

ชื่อเรื่องการค้นคว้าอิสระกระบวนการพัฒนาครูด้านการสอนการพูดและการฟังภาษาไทยกลางสำหรับโรงเรียนพื้นที่สูง
ผู้เขียนชลลักษณ์ เสือน่วม
หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา)
อาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระอาจารย์ ดร. พัชรีวรรณ กิจมี
ปีที่เผยแพร่2569
วันที่เผยแพร่4 มิถุนายน 2569

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาของครูด้านการสอน การพูดและการฟังภาษาไทยกลางสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านนากู่ 2) เพื่อจัดทำกระบวนการพัฒนาครูด้านการสอนการพูดและการฟังภาษาไทยกลางฯ และ 3) เพื่อประเมินความเหมาะสมของกระบวนการพัฒนาครูด้านการสอนการพูดและการฟังภาษาไทยกลางฯ กลุ่มมีเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหาร คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งสิ้นจำนวน 5 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 8 คน โดยใช้เครื่องมือในการตรวจสอบการจัดการปัญหา ได้แก่ 1) คำถามและแบบบันทึกการสัมภาษณ์ 2) แบบประเมินผลความเหมาะสมของกระบวนการพัฒนาครูด้านการสอนการพูดและการฟังภาษาไทยกลางฯ การวิเคราะห์ผลการประเมินผลการจัดการปัญหาโดยใช้ การวิเคราะห์เนื้อหา และค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษาสรุปได้ ดังนี้ผลการศึกษาสภาพปัญหาของครูด้านการสอนการพูดและการฟังภาษาไทยกลางสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านนากู่ พบว่า ประเด็นปัญหาที่เชื่อมโยงกัน 3 ระยะ คือ ระยะเตรียมการหลักสูตรไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตเด็กพื้นที่สูง ทำให้ครูออกแบบกิจกรรมยาก นักเรียนขาดแรงจูงใจและประหม่าและมีอุปสรรคจากระบบไฟฟ้าที่ไม่เสถียรทำให้ขาดโอกาสใช้สื่อต้นแบบ ระยะจัดการเรียนรู้ เกิดภาวะแทรกแซงทางภาษาแม่กับภาษาไทยกลาง ครูต้องเสียเวลาแก้ไขอักขระวิธีรายคำ ทำให้นักเรียนเลี่ยงการพูดประโยคยาก ครูจึงต้องปรับบทบาทเป็นผู้สนับสนุนที่เน้นความปลอดภัยทางจิตวิทยาและระยะภายหลังการจัดการเรียนรู้ นักเรียนขาดพื้นที่ฝึกฝนภายนอกโรงเรียนเนื่องจากสภาพชุมชนเป็นสังคมปิด ทักษะจึงถดถอยรวดเร็ว นอกจากนี้ รูปแบบการนิเทศในปัจจุบันยังเน้นเชิงรุกธุรการมากกว่าการชี้แนะเชิงรุกลึก ทำให้ครูขาดเทคนิควิเคราะห์ปัญหาพฤติกรรมรายบุคคล ส่งผลให้การพัฒนาไม่บรรลุมีเป้าหมายผลการประเมินความเหมาะสมของกระบวนการพัฒนาครูด้านการสอนการพูดและ การฟังภาษาไทยกลางสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านนากู่ พบว่า กระบวนการพัฒนาครู ด้านการสอนการพูดและการฟังภาษาไทยกลางสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านนากู่ ทั้ง 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การร่วมกันวิเคราะห์สภาพปัญหาและกำหนดมีเป้าหมาย ระยะที่ 2 การลงมือปฏิบัติและ การนิเทศครูในชั้นเรียน และ ระยะที่ 3 การสะท้อนความคิดและถอดบทเรียนร่วมกัน มีความเหมาะสมมากที่สุด ในการนำไปใช้ในการพัฒนาครูและการนำไปปฏิบัติในบริบทโรงเรียนพื้นที่สูงต่อไปผลการจัดทำกระบวนการพัฒนาครูด้านการสอนการพูดและการฟังภาษาไทยกลางสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านนากู่ พบว่า สถานศึกษาควรมีกระบวนการพัฒนาครูด้านการสอนการพูดและการฟังภาษาไทยกลางสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านนากู่ โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การร่วมกันวิเคราะห์สภาพปัญหาและกำหนดมีเป้าหมาย ระยะที่ 2 การลงมือปฏิบัติและ การนิเทศครูในชั้นเรียน และ ระยะที่ 3 การสะท้อนความคิดและถอดบทเรียนร่วมกัน