
| ชื่อเรื่องการค้นคว้าอิสระ | แผนการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการชั้นเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ภายในสถานศึกษา |
| ผู้เขียน | อรสิริพิมพ์ เรือนสอน |
| หลักสูตร | ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา) |
| อาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระ | อาจารย์ ดร. พรนิภา จันทร์น้อย |
| ปีที่เผยแพร่ | 2569 |
| วันที่เผยแพร่ | 28 พฤษภาคม 2569 |
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาความต้องการของแผนการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการชั้นเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ภายในสถานศึกษา 2) เพื่อจัดทำแผนการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการชั้นเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ภายในสถานศึกษา 3) เพื่อประเมินความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของแผนการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการชั้นเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ภายในสถานศึกษา กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 15 คน ประกอบด้วย ศึกษานิเทศก์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 จำนวน 2 คน ผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา หางดง 2 จำนวน 6 คน ครูผู้สอนระดับประถมศึกษา จำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของแผนการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการชั้นเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ภายในสถานศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการศึกษาพบว่า 1) ความต้องการของแผนการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการชั้นเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ภายในสถานศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาสภาพแวดล้อมในชั้นเรียนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านกายภาพ ด้านบรรยากาศในชั้นเรียน และด้านการจัดการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นการจัดพื้นที่ที่ยืดหยุ่น การสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของผู้เรียน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ รวมทั้งการส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก การใช้สื่อและเทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพครูให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา 2) แผนการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการชั้นเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ภายในสถานศึกษา มีองค์ประกอบสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ (1) หลักการและเหตุผล (2) วัตถุประสงค์ (3) องค์ประกอบของสภาพแวดล้อมเพื่อการจัดการชั้นเรียน (4) ขั้นตอนการดำเนินงาน และ (5) เงื่อนไขความสำเร็จ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบและสามารถนำไปใช้ได้จริง และ 3) ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของแผนในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด แสดงให้เห็นว่าแผนที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาและสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาการจัดการชั้นเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม