การส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนบ้านหางดงโดยใช้กระบวนการกลุ่ม

ชื่อเรื่องการค้นคว้าอิสระการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนบ้านหางดง
โดยใช้กระบวนการกลุ่ม
ผู้เขียนแสงเดือน สารสมุทร
หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา)
อาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระอาจารย์ ดร. พัชรีวรรณ กิจมี
ปีที่เผยแพร่2569
วันที่เผยแพร่8 กันยายน 2569

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้เป็นการค้นคว้าอิสระเพื่อพัฒนาสถานศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนบ้านหางดง 2) นำเสนอการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนบ้านหางดงโดยใช้กระบวนการกลุ่ม และ 3) ประเมินผลความเหมาะสมของการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนบ้านหางดงโดยใช้กระบวนการกลุ่ม กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย ครูโรงเรียนบ้านหางดง จำนวน 5 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบตรวจสอบรายการ แบบบันทึกการประชุมกลุ่ม และแบบประเมินความเหมาะสม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการศึกษาสรุปได้ ดังนี้

  1. สภาพปัญหาการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนบ้านหางดง ในภาพรวม มีปัญหาอยู่ในระดับมาก (ร้อยละ 68.33) โดยเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีปัญหามากที่สุดคือด้านงบประมาณและด้านบุคลากร สาเหตุหลักสืบเนื่องมาจากบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กที่ ครูมีภาระงานสอนและงานพิเศษอื่นทับซ้อน ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการจัดเก็บข้อมูล ขาดความรู้และทักษะที่ชัดเจนด้านระเบียบวิธีวิจัย ประกอบกับสถานศึกษามีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทรัพยากร และขาดระบบตารางการกำกับติดตามผลที่ชัดเจน
  2. การส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนบ้านหางดงโดยใช้กระบวนการกลุ่ม ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การรวมกลุ่มแบ่งบทบาทในกลุ่มและสร้างแรงขับเคลื่อนการเรียนรู้ 2) การกำหนดขอบเขตสารสนเทศและค้นหาความรู้เชิงลึก 3) การสะท้อนความคิดและสร้างรูปแบบวิธีการแก้ไขปัญหา 4) การปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและการประเมินผลเพื่อสะท้อนบทเรียน 5) การนำข้อสรุปของกลุ่มมานำเสนอเพื่อเป็นบทเรียนร่วมกัน และ 6) การประเมินผล การเรียนรู้และกระบวนการทำงานของกลุ่ม โดยกระบวนการดังกล่าวเป็นการบูรณาการกระบวนการกลุ่มเข้ากับวงจรวิจัยเชิงปฏิบัติการ (PAOR) และกลไกเกมมิฟิเคชัน ภายใต้การบริหารจัดการทรัพยากร 4M เพื่อช่วยลดภาระงาน สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางวิชาการ และกระตุ้นแรงจูงใจ ในการปฏิบัติงานของครู
  3. ผลการประเมินความเหมาะสมของการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนบ้านหางดงโดยใช้กระบวนการกลุ่ม โดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า ในภาพรวมมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาในรายขั้นตอนพบว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ทุกขั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดภาระงานเอกสาร และ การเชื่อมโยงความสำเร็จของการปฏิบัติงานเข้ากับระบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ซึ่งมีความเหมาะสมอยู่ในระดับสูงสุด (ค่าเฉลี่ย 5.00) แสดงให้เห็นว่ากระบวนการที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม