
| ชื่อเรื่องการค้นคว้าอิสระ | กลไกการติดตามงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา |
| ผู้เขียน | อริศรา อินถา |
| หลักสูตร | ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา) |
| อาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระ | อาจารย์ ดร. พรนิภา จันทร์น้อย |
| ปีที่เผยแพร่ | 2569 |
| วันที่เผยแพร่ | 8 กันยายน 2569 |
บทคัดย่อ
การค้นคว้าอิสระเรื่อง กลไกการติดตามงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษามีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการในการจัดทากลไกการติดตามงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา 2) เพื่อจัดทากลไกการติดตามงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา และ 3) เพื่อประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของกลไกการติดตามงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา กลุ่มเป้าหมายในการศึกษา ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จานวน 1 คน และครู จานวน 5 คน รวมทั้งสิ้น 6 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและความต้องการ แบบบันทึกการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของกลไก วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการศึกษาพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการดาเนินงานด้านการติดตามงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย (x¯ = 2.05, S.D. = 0.26) โดยด้านที่มีการดาเนินงานปัจจุบันน้อยที่สุด ได้แก่ ด้านขั้นตอนและกระบวนการติดตาม และด้านการใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์และรายงานผลตามลาดับ ส่วนความต้องการในการพัฒนากลไกการติดตามงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x¯ = 4.50, S.D. = 0.29) โดยด้านที่มีความต้องการมากที่สุด ได้แก่ ด้านขั้นตอนและกระบวนการติดตาม และด้านโครงสร้างและบทบาทของกลไกติดตามงาน ตามลาดับ 2) กลไกการติดตามงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) แนวทางการดาเนินงาน Approach : A (2) การนาสู่การปฏิบัติ Deployment : D (3) การเรียนรู้และการพัฒนา Learning :L (4) การบูรณาการ Integration : I โดยดาเนินงานภายใต้กลไกลการดาเนินงานและวงจรคุณภาพ PDCA และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น Google Site และระบบฐานข้อมูลออนไลน์ เป็นเครื่องมือสนับสนุนการติดตามงาน การจัดเก็บข้อมูล และการรายงานผล และ 3) ผลการประเมินกลไกติดตามงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า มีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x¯ = 4.72, S.D. = 0.16) และมีความเป็นไปได้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x¯ = 4.77, S.D. = 0.14) ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่ากลไกการติดตามงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนขนาดเล็ก สามารถนาไปใช้ในการกากับ ติดตาม และพัฒนาคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาได้อย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และมีประสิทธิผล