กระบวนการโค้ชชิ่งบุคลากรในการจัดทำรายงานประเมินตนเองของวิทยาลัยเทคนิค

ชื่อเรื่องการค้นคว้าอิสระกระบวนการโค้ชชิ่งบุคลากรในการจัดทำรายงานประเมินตนเองของวิทยาลัยเทคนิค
ผู้เขียนสาวิตรี แก้วปัญญา
หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา)
อาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระอาจารย์ ดร. พัชรีวรรณ กิจมี
ปีที่เผยแพร่2569
วันที่เผยแพร่31 พฤษภาคม 2569

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษากระบวนการโค้ชชิ่งในการจัดทำรายงานประเมินตนเองของวิทยาลัยเทคนิคลำพูน ตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2561 ปรับปรุง พ.ศ. 2567 และ 2) เพื่อประเมินผลการนำกระบวนการโค้ชชิ่งไปใช้ในการจัดทำรายงานประเมินตนเองของบุคลากร ตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2561 ปรับปรุง พ.ศ. 2567 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย 1) รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานและความร่วมมือ จำนวน 1 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ปฏิบัติหน้าที่ในงานประกันคุณภาพของวิทยาลัยเทคนิคลำพูน จำนวน 11 คน รวมจำนวนทั้งหมด 12 คน 2) ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน และ 3) ครูผู้สอนของวิทยาลัยเทคนิคลำพูน จำนวน 124 คน โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการจัดการปัญหาได้แก่ 1) คำถามและแบบบันทึกการสัมภาษณ์ 2) แบบประเมินผลความรู้ ความเข้าใจ ของบุคลากร และ 3) แบบประเมินความสามารถของบุคลากร วิเคราะห์เนื้อหาโดยใช้ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษาสรุปได้ว่า 1) กระบวนการโค้ชชิ่งบุคลากรในการจัดทำรายงานประเมินตนเองของวิทยาลัยเทคนิคลำพูน ตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2561 ปรับปรุง พ.ศ. 2567 พบว่า การโค้ชชิ่งบุคลากรควรแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ขั้นเตรียม เน้นการสร้างความสัมพันธ์และวางแผน ขั้นทำ เน้นการให้ความรู้และจัดระบบพี่เลี้ยง และขั้นประเมินผล เน้นการติดตามและให้ข้อมูลย้อนกลับ โดยดำเนินการผ่านโมเดล GROW ที่ประกอบด้วยการกำหนดเป้าหมาย การสำรวจสภาพความเป็นจริง การค้นหาทางเลือก และการสร้างความมุ่งมั่นในการปฏิบัติ ควบคู่กับการโค้ชชิ่งแบบ Cascade ที่ถ่ายทอดความรู้และทักษะจากบุคลากรแกนนำ 16 คน สู่ครูผู้สอน 108 คน ซึ่งบูรณาการร่วมกับ กระบวนการ PDCA มีการจัดระบบการโค้ชชิ่ง การกำหนดเป้าหมายร่วมกัน การให้ข้อมูลย้อนกลับเชิงสร้างสรรค์ และการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคลากรในทุกระดับ 2) ผลการประเมินการนำกระบวนการโค้ชชิ่งไปใช้ในการจัดทำรายงานประเมินตนเองของบุคลากร ตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2561 ปรับปรุง พ.ศ. 2567 พบว่า ด้านความรู้ความเข้าใจของบุคลากรในการนำกระบวนการโค้ชชิ่งไปใช้ในการจัดทำรายงานประเมินตนเองพบว่าอยู่ในระดับดีมาก ด้านกระบวนการโค้ชชิ่ง คิดเป็นร้อยละ 86.67 และด้านมาตรฐานการอาชีวศึกษา คิดเป็นร้อยละ 90.00 ด้านความสามารถของบุคลากรในการนำกระบวนการโค้ชชิ่งไปใช้ในการจัดทำรายงานประเมินตนเองโดยรวมอยู่ในระดับดี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.24 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.69 เมื่อพิจารณาตามรายมาตรฐานพบว่า มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะผู้สำเร็จการศึกษา และมาตรฐานที่ 2 การจัดการเรียน การสอน บุคลากรมีความสามารถอยู่ในระดับดี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.32 และ 4.29 ตามลำดับ ส่วนมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ บุคลากรมีความสามารถอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.78 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.82